สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องหาเอง เริ่มจากอาหาร สมุนไพรเป็นยา

สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องหาเอง เริ่มจากทำอาหารเป็นยา เลือกสมุนไพรเป็นอาหาร

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สุดยอดชลอความแก่ ที่สาวๆ ควรรู้วิธี

4 พฤติกรรมต่อต้านความแก่ สุดยอดยาอายุวัฒนะแห่งความอ่อนเยาว์

            ผู้หญิงเราล้วนต่างก็กลัวแก่ด้วยกันทั้งนั้น เพราะความแก่มักมาพร้อมผิวพรรณที่ประดังไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น บ่งบอกถึงอายุที่เลยวัยเลข 3 และย่างเข้าสู่วัยทองไปแล้วเรียบร้อย บางคนอายุยังน้อยแต่ริ้วรอยหรือความแก่ก็มาเยือนก่อนเสียแล้ว   แต่จากนี้ไม่ต้องเป็นกังวลกันไปนะคะ เพราะวันนี้เรามีคำแนะนำในการปรับพฤติกรรมต่อต้านความแก่มาฝาก สาวๆ คนไหนอยากสวย ผิวพรรณอ่อนเยาว์ เต่งตึงอีกครั้ง มาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามนี้เพื่อชะลอความแก่กันเถอะ

1.อยู่กับสิ่งที่ทำให้หัวเราะบ่อยๆ

          การหัวเราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จู่ๆ เราจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาได้ เพราะการจะหัวเราะออกมาทั้งทีแสดงว่าเราได้ปล่อยอารมณ์ความรู้สึกนั้นออกมาจากหัวใจจริงๆ ความรู้สึกของเราจะพรั่งพร้อมไปด้วยความอิ่มเอม มีความสุขสดใส อารมณ์ดีแบบไร้ความเครียดกังวล และเมื่อฮอร์โมนแห่งความสุขหลั่งไหลออกมามันก็จะไปเบียดฮอร์โมนคอร์ติซอลให้หล่นหายไป ความเครียดก็จะไม่หลงเหลือ เหลือก็แต่สารความสุขที่จะช่วยชโลมจิตใจและบำรุงผิวพรรณ บำรุงเลือดลมให้เปล่งปลั่ง แค่คุณลองอยู่กับสิ่งที่ทำให้หัวเราะบ่อยๆ ในแต่ละวัน รับรองค่ะว่าหากได้หัวเราะ ได้ยิ้มบ่อยๆ แล้วล่ะก็ ความแก่ชราก็ย่อมห่างไกลออกไปแน่นอนค่ะ

2.กินอาหารบำรุงจากภายใน

           การกินอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยเติมเต็มผิวพรรณที่สุขภาพดีได้จากภายใน เน้นกินผักผลไม้ อาหารที่ให้ไฟเบอร์สูงและดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 – 10 แก้วเป็นประจำทุกวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำหวาน น้ำอัดลมและการสูบบุหรี่ เพราะพฤติกรรมผิดๆ แบบนี้มีแต่จะยิ่งทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินให้เสื่อมสภาพลงโดยเร็ว


3.ดูแลสุขภาพและผิวพรรณอยู่เสมอ

           หากต้องการห่างไกลความแก่สาวๆ จะต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายและผิวพรรณให้ดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดของผิว การล้างหน้า อาบน้ำทำความสะอาด สครับผิว มาส์กหน้า ทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสมกับผิวและทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ครีมกันแดดนั้นนับว่ามีความสำคัญอย่างมากเลยนะคะ เพราะมันเป็นตัวปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ เมื่อผิวได้รับรังสี UV ทำลายบ่อยๆ ก็จะต้องเกิดริ้วรอยและจุดด่างดำตามมา งานนี้ใครไม่อยากแก่ไว ทำตามนี้ได้ผลแน่นอน

4.ไม่ควรนอนดึกและควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

           การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเข้านอนประมาณช่วง 4 ทุ่มไม่เกิน 5 ทุ่มนั้นนับว่าดีอย่างมากเลยค่ะ เพราะผิวพรรณจะได้รับการซ่อมแซมตัวเอง ทำให้ครีมบำรุงผิวและสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไปสามารถไปบำรุงอวัยวะและเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาฟื้นฟูตัวเองอีกครั้ง การนอนเร็ว ไม่นอนดึกและนอนให้ครบวันละ 7 – 8 ชั่วโมงนี่แหละค่ะ เคล็ดลับสู่การมีผิวอ่อนเยาว์และห่างไกลจากความแก่ชราได้อย่างง่ายดายทีเดียว   

           และนี่ก็คือ 4 เคล็ดลับสู่ความอ่อนเยาว์ ต่อต้านความแก่ชราได้อย่างง่ายดาย เป็นวิธีจากธรรมชาติง่ายๆ หากคุณสาวๆ ไม่อยากแก่เร็ว อย่าลืมหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อคืนสู่ความอ่อนเยาว์กันอีกครั้งนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่านี่แหละสุดยอดยาอายุวัฒนะแห่งความงามอย่างแท้จริง


อย่าลืมว่า ให้ใช้ อาหารเป็นยา เกิดประสิทธิผลต่อสุขภาพดีที่สุดในการป้องกันโรคภัย  ดีกว่าทานยาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว







วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อาหารเป็นยา ที่ชื่อว่า "ถั่งเฉ้าสีทอง"

 

             สมุนไพร ตังเห็ดถังเฉ้าหรือ ตังถั่งแห่เฉ้า หรือ ถั่งเช่า หมายความว่าสมุนไพรจีน เป็น หญ้าหนอน หรือ หนาวเป็นหนอน ร้อนหญ้า เกิดจากตัวหนอนผีเสื้อในแถบที่ราบสูงทิเบต ที่พักอยู่ล่างดินภายในฤดูหนาว ถูกสปอร์ของเห็ดราในสกุล Ophiocordyceps พักพิงเป็นปรสิตและโตขึ้นสร้างเส้นใยออกมาทางส่วนหัวของตัวหนอนในฤดูร้อน เห็ดนี้เรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Ophiocordyceps sinensis เห็ดถั่งเฉ้าค้นพบในทิเบต มณฑลชิงไห่ เมืองเสฉวน เมืองกานซู เมืองยูนนาน และบริเวณเทือกเขาหิมาลัยภายในอินเดีย ภูฏาน และเนปาล มีสรรพคุณในการเพิ่มความสามารถทางเพศ เพิ่มขนาด และเชื่อกันว่ารักษามะเร็ง มีความต้องการในท้องตลาดสูง และมีราคาแพง






ประวัติความเป็นมา ถั่งเฉ้า Cordyceps sinensis
          เห็ด Cordyceps มีการใช้มานานเกือบ 1,500 ปีในการแพทย์แผน​​จีนและทิเบตแบบดั้งเดิม ในประเทศจีนโบราณ, Cordyceps ได้รับการแนะนำสำหรับการเจ็บป่วยจำนวนมากและได้รับการยกย่องว่าเป็นรักษาทั้งหมดและบำรุงสุขภาพโดยทั่วไปเหมือนโสม Cordyceps sinensis, โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีชื่อเสียงจะมีประสิทธิภาพสำหรับการสร้างความแข็งแรงเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดผลกระทบของริ้วรอย Cordyceps ได้รับการศึกษาค่อนข้างดีในประเทศจีนและญี่ปุ่นที่บางส่วนของผลประโยชน์ของพวกเขาได้รับการรับรองถึงแม้ว่าการวิจัยที่มีคุณภาพโดยนักวิทยาศาสตร์ตะวันตกขาดแคลน หรือมีจำนวนที่น้อยกว่า


ประโยชน์ของระบบภูมิคุ้มกัน ด้วย ถั่งเฉ้า

          ถั่งเช่า  Cordyceps เสริมสร้างและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโดยการกระตุ้นการผลิตเซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติ  ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิ คุ้มกันที่รับผิดชอบสำหรับการโจมตีเชื้อโรคเช่นไวรัสและแบคทีเรียตามที่ระบุไว้ในข้อความ ‘ชีวเคมีของโภชนาการมนุษย์.’ เชื้อรายังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพปกป้องหลอดเลือดและเนื้อเยื่ออื่น ๆ จากอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย ถั่งเฉ้า Cordyceps สามารถมีผลกดประสาทเล็กน้อย เกี่ยวกับผู้ใช้บางอย่างที่ลดความวิตกกังวลและส่งเสริมการนอนหลับพักผ่อน ให้หลับได้ลึกขึ้น

ถั่งเฉ้า ช่วยด้านการเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
           บางการศึกษาในสัตว์ได้แสดงให้เห็นว่าการบริโภค ถั่งเฉ้า  Cordyceps เพิ่มอัตราการผลิตในตับของเอทีพีซึ่งเป็นโมเลกุลพลังงานของร่างกายในขณะที่อ้างถึงใน ‘โภชนาการขั้นสูง. ธาตุอาหารหลัก, ธาตุและการเผาผลาญอาหาร’ นอกจากถั่งเฉ้า  Cordyceps ดูเหมือนว่าจะลดความเหนื่อยล้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุและเพิ่มประสิทธิภาพการกีฬา ในยาจีนโบราณ, ถั่งเฉ้า Cordyceps มักจะได้รับการแนะนำให้ใช้ ในการควบคุมความดันโลหิตเพิ่มการไหลเวียนและการเสริมสร้างการเต้นของหัวใจ

           จะดื่มเป็นชา หรือผสมกาแฟ จะดื่มคนเดียวหรือใช้ต้อนรับเพื่อนฝูงอย่างใส่ใจในมิตรภาพ เพื่อฟื้นฟูความทรงจำในการสนทนาได้อีกยาวนาน  หรือใช้ปรุงอาหารก็ย่อมทำได้


ถั่งเฉ้า ผลจากการไหลเวียนของเลือดดี ผลทางอ้อม ทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ
          การใช้งานที่นิยมสำหรับ  ถั่งเฉ้า  Cordyceps  ในประเทศแถบเอเชียเป็นยาโป๊ และการรักษาความอ่อนแอ การศึกษาทางคลินิกแสดงให้เห็นว่า เห็ดถั่งเฉ้า  Cordyceps มีประสิทธิภาพในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบของอวัยวะเพศชาย เป็นผลจากการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นทำให้ประสิทธิเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและนำไปสู่​​การกระชับและแข็งตัวยาวนาน

อ้างอิงตาม “The Complete Book of Chinese Medicine.”

ถั่งเฉ้า คุณสมบัติต้านมะเร็ง
             บางทีอาจจะได้รับประโยชน์ที่อาจเกิดความขัดแย้งมากที่สุดของ ถั่งเฉ้า  Cordyceps อยู่ในเรื่องที่เกี่ยวกับโรคมะเร็ง สารสกัดจากเนซิส Cordyceps militaris และได้แสดงให้เห็นกิจกรรมการต้านมะเร็งที่สำคัญในสัตว์ส่วนใหญ่  โดยการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งตามหนังสือ ‘การแพทย์ Herbalism.’ ถั่งเฉ้า Cordyceps ยังเพิ่มออกซิเจนใน ระดับเซลล ซึ่งเป็นการต่อต้าน การก่อโรคมะเร็งและการแพร่กระจาย  การใช้ถั่งเช่า เป็นยารักษา ด้วยถั่งเฉ้าชนิดแคปซูล  ตั้งแต่ 2 กรัมถึง 9 กรัมทุกวัน  จะช่วยคุณได้ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการรักษาทางการแพทย์ปกติก็ตาม 
            ดังนั้งควรใส่ใจ และปรึกษาผู้ที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ถั่งเฉ้าให้แก่คุณ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

ถั่งเช่า” กินแล้วแข็งแรงจริงๆไหม???

 
เครดิต Manager.co.th

  1. Tag: ถั่งเช่า,ถั่งเฉ้า,ตังถั่งเช่า,ตังถั่งแห่เช่า,หญ้าหนอน,สมุนไพรจีน,บำรุงร่างกาย,บำรุงตับและไต,บำรุงเลือด,รคหอบหืดและภูมิแพ้,ช่วยเสริมสมรรถภาพเพศชาย,บำรุงไต, เสริมสร้างฮอร์โมน ,บำรุงหัวใจ, บำรุงปอด หลอดลม ,เสริมอายุวัฒนะ ,ป้องกัน เบาหวาน ,ความดัน,โรคหัวใจ,เนื้องอกและเซลล์มะเร็ง,การฟอกไต, ความดันโลหิตสูง, ชงเฉ่า, ตังถั่งเฉ้า, ตังถั่งเช่า,ตังถั่งแห่เช่า, ถั่งเฉ้า, ถั่งเช่า, ถุงลมโป่งพอง,นิ่วในไต,บำรุงกำลังทางเพศ, บำรุงไต,ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ, มะเร็ง, ยาสมุนไพร, ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า, หญ้าหนอน, หญ้าหนอนเทวดา, หย่อนสมรรถภาพทางเพศ, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด, ฮอร์โมนเพศชาย, เนื้องอก, เบาหวาน, เสริมสมรรถภาพเพศชาย, เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ, เห็ด, โรคต่อมลูกหมาก, โรคภูมิแพ้, โรคหลอดเลือดหัวใจ, ไอเรื้อรัง, chaog-cao, Cordy cepin
อย่าลืมว่า ให้ใช้ อาหารเป็นยา เกิดประสิทธิผลต่อสุขภาพดีที่สุดในการป้องกันโรคภัย  ดีกว่าทานยาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว  

 https://www.facebook.com/อาหารเป็นยา-สมุนไพรเป็นอาหาร
  
     


ถามหา อย.ได้ อย. ถามหาถั่งเช่า  ต้อง ถั่งเช่าไท ที่จับต้องได้แน่นอน
สอบถามปรึกษา ที่   ID Line : siripon561 หรือ 0647895693


 





 

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

อาหารเป็นยา สุขภาพดีด้วยสมุนไพรเป็นอาหาร


สุขภาพดีด้วย อาหารเป็นยา สมุนไพรเป็นอาหาร

(ตัวอย่างทำบล๊อค****เพื่อการให้ความรู้ ไม่ใช่เพื่อการค้า) 
อาหารเป็นยา “เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง และดูดีอยู่เสมอ  การดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกอย่างครบทุกขั้นตอน จึงเป็นสิ่งจำเป็น “

              วิธีการดูแลสุขภาพกายและจิตใจที่ดี ให้สุขภาพแข็งแรง เราสามารถต่อสู้กับความเจ็บป่วยทางจิตใจด้วยตัวของเราได้ อย่างไร วิธีต่อไปนี้ช่วยได้

1 การแสดงออกที่ไม่ก้าวร้าว ไม่ต่อต้าน ทั้งกับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน  สังคมชุมชน อย่ารอให้เกิดความกดดันและความโกธรสุดขีด จัดการกับความโกธรหรืออารมณ์ไม่ดีเสียก่อนที่จะเป็นเหตุให้คุณเครียด. รู้จักการใช้ทักษะการสื่อสารเชิงบวก เน้นผู้อื่นไม่เน้นที่ตัวเรา

2. การอยู่คนเดียวทุกวันอย่างน้อย 10 นาทีในห้องน้ำหรือการเดินสัก 20 นาที หรือออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมด้วยอาหารจิต  เช่น การทำสมาธิ การฝึกโยคะ การเดินจงกรม การฝึกไทเก๊ก  การฟังเสียงเพลงเบาๆ  สัมผัสกับธรรมชาติรอบตัวในเวลาที่จดจ่อกับกิจกรรมนั้นอย่างเต็มที่

3.  มองหาสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพจิต  ให้ความภายในมากกว่าภายนอก เช่น การแบ่งเวลาให้แก่คนที่รัก มีความสุขกับการดูพระอาทิตย์ตกหรือนอนอาบแดด หางานที่คุณรักและทำด้วยหัวใจที่มีความสุข

4.  แบ่งปันความคิดเห็น ความสุขและความเศร้า มีส่วนร่วมในสังคมบ้านพัก ที่ทำงาน กลุ่มลูกค้าอย่างฉันมิตร  การรับรู้กับความพอดี พอใจ พอเพียง  รู้จักการให้กับการรู้จักการรับ

5.  หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต้อสุขภาพกายและจิต ที่ทำให้คุณรู้สึกเศร้า หรือท้อแท้ ไม่ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร ให้ออกมาจากสถานการณ์ด้วยสติ

6.  ทำกิจกรรมทางร่างกายทุกๆ วันไม่ว่าจะเป็นการทำสวน การล้างรถ เดินหรือออกกำลังกาย การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ให้เห็นประโยชน์ว่ากิจกรรมเหล่านั้นช่วยปล่อยสารเอ้นเดอร์ฟินในร่างกายเพื่อทำให้รู้สึกดี มีความสุขแช่มชื่น

7.  จัดสรรเวลาแต่ละช่วงชีวิตร่วมกับคนรอบข้างที่คุณรัก คนใกล้ชิด เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน

8.  ให้ซื่อสัตย์และมีวินัยต่อตนเอง  มีมุมมองโลกในด้านบวกเสมอ เพื่อสร้างสมดุลชีวิตให้ได้ตลอดเวลามากที่สุดในหนึ่งวัน เพื่อเป็นการสะสมพลังงานบวกในร่างกายให้เข้มข้น และแข็งแรง อันเป็นการสร้างภูมิคุ้ม กันต่อสิ่งเร้าภายนอก หรือต่อสถานะการณ์บีบคั้น ให้ผ่านพ้นไปด้วยสติ และใช้ปัญญาในการแก้ไขได้ตลอดไป



       หาเวลาออกกำลังกายวันละ 30 นาที ขึินไป 

        
                                กำหนดสติในการดำเนินชีวิตทุกช่วงเวลาให้บ่่อยที่สุด เพื่อสร้างภูมิต้านทาน   
                                ด้วยความเบิกบานแจ่มใส ในทุกสถานะการณ์
                           อาหารเป็นยา เพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้กายไม่เจ็บป่วยในภายหน้าซึ่งการมีร่างกายที่แข็งแรงส่งผลให้จิตใจที่แข็งแรงตามมา ฉะนั้นการกินอาหารอย่างไรให้เป็นยาจึงเป็นเรื่อง จำเป็นและสำคัญต่อร่างกายและชีวต  ปัจจุบันมีหลักฐานพบว่าองค์ประกอบของอาหารบางชนิดไม่จัดเป็นสารอาหาร แต่อาจให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ
              อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ความรู้ว่าองค์ประกอบหลักในอาหารแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นสารอาหาร และส่วนที่ไม่ใช่สารอาหาร องค์ ประกอบทั้งสองส่วนมีความสัมพันธ์ต่อการป้องกัน หรือช่วยส่งเสริมการรักษาโรคเรื้อรัง มองได้ถึงองค์ประกอบที่มีฤทธิ์ลดหรือป้องกันโรค

      แนวทางการพัฒนาอาหารฟังก์ชัน ก็มาจากแนวคิดของการใช้ อาหารเป็นยา (Food as medicine) ที่อาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าแค่สารอาหารหลักๆ ที่มีอยู่ รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิด ปัจจุบันสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งสหรัฐอเมริกา (Academy of Nutrition and Dietetics หรือ AND) ได้ให้คำจำกัดความอาหารฟังก์ชันว่าเป็น 

      "อาหารธรรมชาติที่มีการแต่งเติมสารอาหารให้มีปริมาณมากขึ้น เพื่อเพิ่มประโยชน์ในกานส่งเสริมสุขภาพ เมื่อบริโภคเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลากหลายสม่ำเสมอในชีวิตประจำวันและบริโภคในปริมาณที่ เพียงพอ จะส่งผลดีต่อสุขภาพ"           

                                                                                                     Cr.โดย arphawan sopontammarak
   

           ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานวิชาการ ชมรมโภชนวิทยามหิดล ให้ข้อมูลว่า จากกระแสอาหารเพื่อสุขภาพนี้เองส่งผล ให้นักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การอาหาร แพทย์ เภสัชกร พยาบาล และนักการตลาดทางด้านอุตสาหกรรมอาหาร หันมาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ทำให้เกิด การค้นพบคุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาของอาหารมากขึ้น
           ประโยชน์ของอาหารฟังก์ชัน คือ เป็นอาหารที่รับประทานร่วมกับมื้ออาหารได้ ให้ผลในการป้องกันโรค เพิ่มภูมิคุ้มกันชะลอ           ความเสื่อมของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
          ตัวอย่างอาหารฟังก์ชันที่ได้รับความนิยม เช่น
           งา เป็นแหล่งของแคลเซียม และยังมีสารเซซามินซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิษ

           พรุน นอกจากมีใยอาหารจำนวนมาก ยังมีกรดนีโอโคลโรเจนนิก และกรดโคลโรเจนนิก ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้อง กันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งป้องกันกระดูกพรุนได้
           ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อย่างบิลเบอร์รี่ ที่มีสารออกฤทธิ์           ทางชีวภาพ คือ สารแอนโธไซยานินซึ่งเป็นสารที่มีสีแดงม่วงจนไปถึงน้ำเงิน มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงช่วย             ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยป้องกันดวงตาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ เป็นต้น

           น้ำมันปลา ประกอบด้วยกรดไขมัน ไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง หรือโอเมก้า-3 ที่สามารถลดระดับไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต ต้านการอักเสบ และช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
          โสม มีสารจินเซนโนไซด์ ที่ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลัง งานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดความเมื่อยล้า
          ส่วน ซุปไก่ ของชาวจีนที่ถูกแปรรูปไปเป็นซุปไก่สกัด ซึ่งให้โปรตีนและเปปไทด์รวมทั้งสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ           บางชนิดที่ เกิดจากการตุ๋นซึ่งไม่พบในการกินเนื้อไก่โดยตรง       
     เห็ด  ทางการแพทย์ เช่น เห็ดไมตาเกะ เห็ดยามาบูชิตาเกะ เห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะ  ถั่งเฉ้า  เห็ดหลินจือ หรือเรอิชิเห็ดชิตาเกะ และเห็ดแครง เป็นต้น ที่สำคัญเราต้องรับประทานอาหารหลักให้หลากหลาย ครบทุกหมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดี
                                                                                                                           
                                                                                           ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

               อย่าลืมว่า ให้ใช้ อาหารเป็นยา เกิดประสิทธิผลต่อสุขภาพดีที่สุดในการป้องกันโรคภัย  ดีกว่าทานยาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว